Start of something new

posted on 18 Aug 2009 20:19 by puntipu  in Better

ห่างหายกันไปนานแสนนาน (จริงๆ แล้วลืมสนิทเลยว่าเขียนบล๊อกไว้ แฮะๆๆ ขออำภัย)

ชีวิตผ่านไปไวเหมือนโกหก  เราเริ่มเขียนบล๊อกก๊ประมาณช่วงนี้แหละ ของปีที่แล้ว เพราะเพื่อนแนะนำให้หาไรทำจะได้ไม่ฟุ้งซ่านจากอาการอกหักรักคุด  นี่มันผ่านมา 1ปีพอดิบพอดีเลย วันนี้แหละที่เราเลิกกัน(ไม่รู้จะจำมันไปทำไม)

 มานั่งย้อนกลับไปอ่านเรื่องที่เขียนๆไว้  ก๊กระเทือนใจอยุ่ แต่ก๊รู้สึกว่า ก๊ผ่านมันมาได้ ชั้นก๊ยังอยู่ดี อยู่ได้มาถึงทุกวันนี้ แต่ยอมรับว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลียนไปหมดเลย มีทั้งในทางทีดี และไม่ดี ฮ่าๆๆ ไม่ได้คิดโทษเค้าที่ไปจากเราหรอกนะ ต้องยอมรับว่าเราก๊ได้โอกาสเลือกทางเดิมใหม่ให้ชีวิต

ทุกวันนี้ ก๊ยังโสด (ฮ่าๆๆๆ) เหงาบ้างแต่ก๊ไม่เลวร้ายเหมือนช่วงนั้นแล้ว บางทีก๊มีหนุ่มๆ ผ่านเข้ามาให้กุ๊กกิ๊กบ้างแต่ก๊ยังไม่ใช่ (แก่แล้วยังเรื่องมากอีก) ยิ่งตอนนี้เป็นคนว่างงานแล้ว เที่ยวกระจายเลย♪ ก๊มีความสุขดีนะ

 ค่อยรู้สึกว่า ชีวิตได้ผ่านช่วงเลวร้ายที่สุดครั้งนึงไปแล้ว และตอนนี้ก๊กำลังฟื้นตัว อยากปรบมือให้ตัวเองที่ไม่ยอมแพ้ในตอนที่แย่ และอยากขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทั้งหลาย ที่คอยให้กำลังใจในยามตกยาก ขอบคุณนะ ทุกคน (^v^)

เมื่ออกหัก....

posted on 23 Feb 2009 10:39 by puntipu  in Broken

เมื่ออกหัก ระยะแรก

1. ร้องไห้ ฟูมฟาย แล้วโทรหาเพื่อนร้องไห้ให้เพื่อนฟังต่อ ไม่ว่าจะทำอะไร ก๊ร้องไห้ ร้องมันเข้าไป ปล่อยให้เขาร้องไป...

2. ซึม ๆๆ นั่งเหม่อ ลืมวันลืมคืน ข้าวปลาไม่กิน นั่งเหม่อเหมือนเป็นนางเอกมิวสิควีดีโอ ประมาณว่า กินข้าว คำ สองคำก๊อิ่ม เพราะวันๆ ไม่ขยับไปไหนเลย.. ไม่มีการเผาผลาญพลังงาน

3. รื้อข้าวของ รื้ออย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำลายด้วย ยิ่งรูปที่เคยถ่ายด้วยกัน ของที่เคยซื้อด้วยกัน ก๊จะเอามาจับๆ ลูบๆ แล้ว ขว้างปาทิ้งซะงั้นๆ ธรรมดาๆ ก๊ฉีกรูปทิ้ง ถ้าเป็นช่างกลอกหักก๊จะเผารูป พร้อมแช่งด้วยพริกกะเกลือเผาตามไปด้วย แต่หากเป็นพวกเชื่อสิ่งลี้ลับก๊อาจเอาของมาเสก ร่ายมนต์ดำ แช่งชักหักกระดูก ตอกตะปู ... อูย โหด...

4. นอนไม่หลับ ฝันร้าย ตาบวม โทรมจัด หน้าตาจะเห่ยมาก หน้าไม่แต่ง ไม่มีอารมณ์อยากจะสวย ปล่อยตัว ผมเผ้ายุ่งเหยิง  รู้สึก อยากไม่อยากเจอหน้าใคร ขอแค่เพื่อนซักคนมาอยู่ด้วยก๊พอ

5. ไม่อยากไปไหนทั้งนั้น เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง เศร้า เสียใจ แล้วเปิดเพลงดังๆ เน้นเพลงอกหัก อารมณ์ว่าได้เป็นนางเอกมิวสิกเต็มตัว

6. เริ่มคิดฟุ้งซ่าน คิดถึงอดีต จิตตก หยิบโทรศัพท์มาเขียนข้อความ หรือ โทรไปง้อ... แล้วก๊ไม่ได้ผล เจ็บหนักกว่าเดิม.. บ้าสิ้นดี

7. เดือนร้อนเพื่อน พี่น้อง ต้องมาช่วยปลอบ มาอยู่เป็นเพื่อน มาหากิจกรรมทำ แบบว่าสมองไม่สั่งการ คิดอะไรเองไม่เป็นแล้ว ต้องให้คนอื่นคิดให้ 

8. เพื่อนหรือพี่น้องที่หวังดี มักจะพาไปเดินห้าง ไปชอปปิ้ง แล้วก๊จะแนะให้ซื้อโน่น นี่ ในสิ่งที่เราไม่เคยซื้อมาก่อน เช่น เสื้อผ้าแปลก ที่ไม่เคยใส่ เพราะ ผู้หวังดีบอกว่าให้เปลียนตัวเอง.. สุดท้ายก๊เก็บอยู่ในตู้ไม่ได้ใส่... (เสียดายเงิน) หรือพาไปแต่งหน้าทำผมใหม่ เปลียนลุค สุดท้ายก๊เปลียนได้แค่วันสองวัน แล้วก๊กลับมาเป็นยายเพิ้ง ซึมเศร้าเหมือนเดิม

9. เรียน หรือทำงาน ไม่เป็นเรื่อง เพราะเอาแต่เหม่อ คิดถึงอดีต ใครพูดอะไรสะเทือนใจไม่ได้ เดือนร้อนเพื่อน และคนรอบข้าง ต้องระมัดระวังคำพูดเป็นอย่างมาก มิให้เอ่ยชื่อหรือคำที่มีความหมายถึงบุคคลผู้เป็นอดีตได้  มิฉนั้น จะกลายเป็นผู้ร้ายทำคนร้องไห้ ..ซวยและเดือนร้อนกันไปทั่ว

10. กลายเป็นคนติดโทรศัพท์ ประมาณว่าอยุ่คนเดียวว่างๆ ไม่ได้ ต้องโทรหาเพื่อน หรือใครก๊ได้ คุยเป็นเพื่อน แก้เหงา หัวเราะ เศร้า ร้องไห้ เป็นทุกอาการที่อยากเป็น คุยแบบ ลืมเวลา ลืมนาที ...ใบเสร็จมา เป็นลม....

เมื่ออกหัก ระยะเริ่มทำใจได้

11. จะเริ่มมีอาการหลงตัวเอง คิดว่าตัวเองเลิศไม่มีใครเที่ยบได้เช่น ... ชอบมันไปได้อย่างไร หัวก๊เถิก ขาก๊สั้น .. ไม่มีไรคู่ควรกับชั้นหรอก เลิกๆ ได้ซะ ก๊ดี ยกย่องตัวเองเข้าไป

12. เริ่มกลับมาแต่งตัว เสริมสวย กะว่าต้องให้สวยกว่าเดิม ทาหน้า ทาปาก ทาเล็ป ทำผม ..คือถ้าทำแต่พอดีก๊ดูงาม แต่ มากไปก๊ได้เป็นนางเอกลิเกแน่ๆ เปลี่ยนสไตล์การแต่งตัว เกง เป็น โปรง เสือยืด เป็นเสือลูกไม้ เอาให้หวาน นิ้ง เป็นกุลสตรี หรือ อาจกลับกัน จากหวานเป็นเปรี้ยว หรือ จากเปรี้ยวเป็นกะโปโลไปเลย.. ตามสบาย แล้วความรุนแรงของการอกหัก

13. เริ่มกลับมาเข้าสังคม และสอดส่ายสายตา หาใครมาดามใจใหม่ แบบว่าเปิดรับสมัครเต็มที่ แต่ลึกๆ ก๊ยังเอาไปเปรียบเทียบกะคนเก่าอยุ่ บ้าเนอะ

14. เริ่มเข้าวัดทำบุญ อุทิศส่วนกุศล ขอผลบุญให้เขากลับมา หรือไม่ก๊พบคนใหม่เร็วๆ หรือไม่ก๊ให้เขาโดนทิ้ง ทำบุญหวังผลว่างั้นเถอะ สาธุ๊...

15. ทำบุญเสร็จกลางคืนก๊ชวนกันไปเมา เปิดหูเปิดตา เปิดโอกาส ไปเมา ไปดิ้น คงจะเจอคนดีๆ ในที่แบบนั้นหรอก..

16. ระยะทำใจได้ จะกลับมาเป็นคนช่างกิน หลังจากที่กินไม่ลงมานานเพราะพิษรักบาดใจ บุคคลในระยะนี้ จะกินแหลก อยากไปหมด แนะนำให้ไปกินอะไรที่เป็นบุตเฟ่ย์จะคุ้มมาก...

นึกไม่ออกละ  ใครมีอาการอื่นๆ ช่วยมาเพิ่มเติมด้วยนะ

ประสปการณ์ SnowBoard

posted on 11 Feb 2009 15:55 by puntipu  in Travel
วันเสาร์ที่ผ่านมาไปเล่นสโนว์บอร์ดมา เพิ่งหัดเล่นพอไถลได้นิดหน่อย ดันทำเก่ง ขึ้นลิฟทืไปกะเพื่อน ไม่รุ้เพื่อนแกล้งหรือประเมินความสามารถทางบอร์ดเราสูงเกินไป มันพาเราไป 上級 แบบว่า สูง ชัน มองไม่เห็นทางลงเลย โอววว เพิ่งหัดเล่นอะ แค่ 中級 ก๊เสียวแล้วเสียวอีก งานนี้ เลยยอมขายหน้า ค่อยๆ เอาก้นเล็กของเราไถลให้พอพ้นช่วงที่ชันที่สุดลงมาแทน .. กลัวว่าถ้ามันชันขนาดนี้จะทรงตัวไม่อยู่ แล้วถ้าล้มเนียะ คงไม่หยุดง่ายๆ แน่ๆ กลัวตกหน้าผาตาย (เอเมนนน) พอผ่านช่วงนั้นมาก๊ เข้า 中級 ค่อยยังชั่วหน่อย กว่าจะไถลลงมาได้อย่างปลอดภัย ไม่ขึ้นอีกเลยลิฟต์ตัวนั้น...
จะว่าไปการไปเล่นสกี หรือบอรด์ก๊เป็นการเสี่ยงตายอย่างหนึ่งนะเนียะ หน้าผาทั้งนั้นเลย ถ้าคอนโทรลไม่อยู่ ก๊หลุดเฟรมแน่ๆ พี่ที่ไปเล่นด้วยเขาก๊บอกว่าเมื่อไม่นานมานี้ เขาไปเล่นแล้วเจอคนพลาด ตกเลย แล้วไม่สามารถช่วยขึ้นมาได้ด้วย แล้วก๊จากไปแบบตลอดกาลเลยอะ  แถมระหว่างที่พี่เขาเล่าให้ฟัง กีมีเจ้าหน้าที่ตะโกนไล่หลังมาบอกให้หลีกทาง มีคนเจ็บจะผ่าน แล้วก๊มีเจ้าหน้าที่สนามสกี 2 คนลากเลื่อนที่ห่อ อย่างมิดชิดเลยผ่านไป....อูยยย (-___-|||) สลดมาก เป็นอะไรรึเปล่าก๊ไม่รู้ เจอดังนั้นเราก๊เลย เปลี่ยนไปเล่นแต่สนามสำหรับมีอสมัครเล่นแทน แบบ ไม่ชันมาก แถมพื้นที่กว้างๆๆ แทน กลัววววว แต่เพื่อนๆ ที่ไปกะเรา มันเซียนทั้งนั้น เลยต้องแยกกันเล่นให้มันไปแบบเล่นแบบเซียนเหอะ ชั้นยังไม่มั่นใจพอ...
แต่ไปวันนั้นสนุกมากเลย เพราะมีหนุ่มที่ชั้นแอบปิ๊งไปด้วย หุๆๆ  ได้แต่ปิ๊งข้างเดียวก๊มีความสุขดี
เขาเป็นคนสอนบอร์ดชั้นเอง ท่าเล่นก๊เท่ห์ชมัด เลยปลื้มเลย .. อิๆๆ
ผลตรวจสุขภาพประจำปี ออกมาได้ เอฟ..
ตั้งกะเกิดมา ไม่เคยได้เกรดต่ำกว่า ซีเลย งานนี้ช๊อคซินิม่า... เอฟฟฟฟฟ
ผลบอกว่า ชั้นมีคลอเลสตอรอลสูง ไม่อยากจะเชื่อเลย ชั้นหนัก 40โล สูง 155เซน ใครๆ ก๊ว่าชั้นผอมจะตาย ถ้าติดเอฟก๊น่าจะเพราะ ผอมเกินไปมากกว่า บอกใครไม่มีใครเชื่อเลยผลตรวจแบบนี้
 
ผลวินิจฉัยแบบนี้ เลยทำให้ชั้นต้องไปโรงพยาบาล เหอะๆๆ ให้ตายเหอะ ขนาดหมอยังไม่เชื่อเลยตอนเดินเข้าไปตรวจ หมอบอก ผลแบบนี้เห็นมีแต่คุณป้า 30ปลายๆ อ้วนๆ ๆมาหากัน แล้วนี่หนู เอ่อ..หนูหรอเจ้าของผลนี้.... (นั่นตอกย้ำกันเข้าไป)
 
เมือชั้นยืนยันหนักแน่นว่านี่แหละผลจริงของตัวจริงคนนี้ หมอก๊ขยับแว่น (ทำไมหมอส่วนใหญ่ต้องใส่แว่น...)  แล้วก๊เปิดคุ่มือต่าง อธิบายผลเสียที่จะเกิดตามมา หากปล่อยให้ คลอเรสเตอรอลสูง เช่น จะทำให้ ปวดหลัง แล้วก๊จะส่งผลให้ เลือดเลี้ยงสมองได้น้อย แล้วจะเกิดอาการปวดหัวตามมา ปริมาณอ๊อกซิเจนในเลือดจะน้อยและจะทำให้ชาตามปลายนิ้ว หนักเข้า ก๊ผนังหลอดเลือดตีบตัน แล้วก๊จะทำให้ เส้นเลือดสมองแตกได้ (ได้ที ขู่ใหญ่เลย...) แล้วหมอก๊บอกว่า เราจะต้องระวังเรื่องอาหาร ไข่ ชีส ขนมปัง (ของชอบทั้งนั้น) ไม่ควรกิน (อ้าวว แล้วจะเอาไรกินอะ) เค้ก อาหารติดมัน อาหารทอด เลี่ยงซะ (สองอันหลังอะทำได้ แต่เค๊ก..ไม่สามารถ) โอววว หมดกัน จะกินอะไรหละที่นี้ เริ่มเครียด .. แล้วหมอก๊พล่ามต่อ แต่กรณีหนูเนียะ หมอเห็นว่า ผลหนูมัน โอเคนะ เพราะ คลอเรสตอรอลมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ HDL และ LDL 
HDLเป็นคลอเลสตอรอลที่ดี ที่จะคอยทำความสะอาดหลอดเลือดให้ไม่อุดตัน ขณะที่ LDLเป็นคลอเลสเตอรอลที่จะไปเกาะติดตามผนังหลอดเลือดทำให้ตีบตัน ซึ่งชั้นมี LDLเยอะกว่าเกณฑ์นิดหน่อย ทำให้ผลวินิจฉัยเป็น เอฟ แต่ ชั้นมี HDLที่มากกว่าเกณฑ์ปรกติเช่นกัน  ว่าแล้วหมอก๊เริ่มทำการคำนวน เอา LDLตั้งหารด้วย HDL หากผลมากกว่า 2 จะต้องรับการรักษา โดยควบคุมอาหารและทานยา แต่ ของชั้นหารแล้วไม่ถึง 2 น้อยกว่าพอสมควรเลย เพราะฉนั้น จัดอยู่ในเกณฑ์ปรกติหนูจร๋า.. (จริงอ๋อ หมอขรา..)
 
เลยไม่ต้องเอายา ไม่ต้องเจาะเลือด เสียค่าทำบัตร กะเข้าไปนั่งคุยหมอไป พันเยน แล้วกลับบ้าน
สุขใจ ไม่ป่วย หุๆๆ แต่ ชั้นว่า ชั้นควรจะหาทางลดไอ้ LDLนี่ลงดีกว่า แก้ไขแต่เนิ่นๆ กีกว่าเนอะ
โรคภัย มาเมื่อไหร่ ไม่มีทางรู้ ควรแก้ตั้งแต่ยังมีโอกาส (ว่าแล้ว วันนี้กินไข่ ครี่งฟองก๊พอ คริๆๆๆ)
แหมมมม ไม่ได้มาเขียนตั้งนาน เพื่อนๆ ยังจำกันได้มะเนียะ
แม่นางโบว์ซัง  เสียดาย เราไม่ได้เจอกันที่เมืองไทย
ขอสารภาพ ..ลืมโทรหาแกสนิทเลยหงะ.. Gomen.
กลับไปฉลองคริสมาส แจกของขวัญ( แจกนะ ไม่ได้รับสักชิ้นเลย)
และกลับไปเค้าท์ดาวปีใหม่ กะครอบครัวของฉันมา
มีฟามสุข หุๆๆ  สุขใจ สุขกาย อิ่มท้อง ♪
แต่ดันไปเป็นหวัดที่เมืองไทยซะได้ ไม่ใช้เพราะอากาศเปลียนอะไรหรอก
สาเหตุ  -- นอนตากแอร์ ไร้ผ้าห่ม -- คริๆๆ
ก่อนกลับอุตส่าห์ทำลิตส์ อาหารที่อยากกิน กะว่า กลับไป ต้องกินให้ได้
ไม่ว่าจะเป็นแกงเขียวหวาน ต้มยำก้ง โปะแตก ปลาหมึกปิ้ง บะหมี่เกี๊ยว ข้าวมันไก่ 108 1009
แต่ดันไปฉลองปีใหม่ ริมทะเลนานไปหน่อย เลยได้กินแต่ กุ้งเผา
ปูเผา หอยเผา ปลาเผา กินเมนูแบบนี้อยู่เกือบ 4 วัน
อยู่ญี่ปุ่น อาหารเผาหากินยากส์กีจริง แต่กินติดต่อกันแบบนี้ 4 วัน
เอียนเลยคร้า... โอว แต่ย่างเกลือ นี่มันอร่อยเจงๆๆ นะจะบอกหั้ย
แถม ไม่รู้ทำไม ญาติโก โหติกา ทั้งหลาย ถึงได้อยากพาเรา ไปกินอาหารญี่ปุ่นกันนัก
ตอนนี้มันบูมกันเหลือเกิน ญาติผู้ใหญ่ พาไปกินโออิชิ ไปกินโตโย ไปกิน ชาบูชิ ซูกิชิ
คือ ..เอ่อ.. ไม่เอาไม่อยากอะ อยากกินแกงเขียวหวาน ผัดไทย ส้มตำ ไก่ย่างหงะ
แต่ก๊ปฏิเสธผู้ใหญ่ไม่ได้ เขาอุตส่าห์มีน้ำใจพาไปกิน ฮือๆๆ  ขอบคุณคร่า
สุดท้าย เราก๊เลยไม่ได้กิน แกงเขียวหวาน ผัดไทย หมี่เกี๊ยว และอื่น
อีกมากมายให้หายอยากอย่างที่ตั้งใจไว้ เศร้า ..
เพื่อนฝูง ก๊แทบไม่ได้เจอ อย่างว่าอะ ปีใหม่
ส่วนใหญ่มันก๊ใช้เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดกะครอบครัว กันทั้งนั้น
ไอ้เรามันกลายเป็นกะเหรียงไปแล้ว เลยถูกเก็บไว้เป้นช๊อยสสุดท้าย
ประมาณว่า รอให้กรูกลับจากต่างจังหวัดก่อน แล้วจะไปเจอเมริง
(รักกรูชิบหายยยย ไอ้เพื่อนเลิฟฟฟ เมริงกลับจากต่างจังหวัด กรูก๊อยู่บนเครืองบินแล้ว)
หมอดู หมอเดาหลายสำนักบอกว่า ปีนี้ จะเป็นปีที่ดีสำหรับชั้น
(อย่างน้อยคงไม่มีอะไรเลวร้ายเท่าปีที่แล้วอีกแล้ว)
แต่... แต่... เริ่มต้นปี กีเป็นหวัด นัดเพื่อนก๊โดนชิ่ง ไปหาหมอ มันก๊ตรวจชุ่ยๆ
ตรวจสุขภาพ ผลก๊ไม่ดี มีแต่โรครุมเร้า ..
เอาเลือดไปตรวจ บอกจะโทรมาบอกผล จนจะขึ้นเครื่องอยู่แล้ว มันยังไม่โทรมาเลย
ต้องโทรไปตาม  4- 5 รอบ กว่าจะเจอ ยาก๊ไม่ให้ บอกไปซื้อเองนะ ไม่ทันแล้ว หมอไรฟะ
ไม่ไปแล้วโรงบาลนี้ (ชื่อดัง อยู่กลางถนนสีลม) เฮงซวยยยย
เนียหรอ เป็นปีที่ดี เด่วจะ เอา ซี4 ไปฝากมัน ทุกสำนักเลย ++++
พอกลับมาญี่ปุ่น ก๊หนาวจับจิต แต่ไม่ยักกะเป็นหวัด
เริ่มงานก๊มีแต่ข่าวเศรษฐกิจถดถอย โอว บริษัทชั้นมันเลยไม่จ่ายโบนัส
แย่แล้ว  ไม่พอ มันยังขอลดเงินเดือน .. โอ้ว พระเจ้า ทำงี๊ได้ไง อึ้งๆๆ
เรดโซนเลยแบบนี้ ไม่น่ากลับมาเลย ฮือๆๆ คิดถึงบ้าน แงๆๆๆ
วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันเกิดของเราเอง 
ตั้งแต่มาญี่ปุ่นนี่ทุกปีต้องมีคนมาร่วมฉลองให้ 
ปีแรกมีเพื่อนฝรั่งเป็นโขลง พาไปเฮ
ปีต่อๆ มา มีอดีตคนใจร้าย อยู่ด้วยตลอด
มาปีนี้ เฉาเลย ยอมรับว่า หว้าเหว่ใจเป็นที่สุด
ไม่มีของขวัญ ไม่มีเค๊ก ไม่มีใคร ไม่รุ้จะทำอะไร
เลย ออกไป Outlet ที่ Mie Pref. เพื่อซื้อของขวัญให้ตัวเอง
เป้าหมายของเราคือ กระเป๋า อยากจะได้เป๋ามานานแล้ว
ซื้อแต่กะเป๋ากิ๊กก๊อก ใบละ พันเยน 2 พันเยนมาตลอด
งานนี้เลย ตรงเข้าร้าน Coach เลย ขอเป๋า แบรนด์กะเขาซักใบละกัน
ร้านนี้ราคาก๊ไม่แพงเว่อร์เกินไป เหมือนคุณติงต๊อง หรือคุณกุดฉี่ ชาเนว etc.
ไปถึงหน้าร้านต๊องตกใจ คนยืนต่อแถวเข้าร้าน
มีพนักงานยืนถือป้ายหน้าประตูร้าน บอกว่า กำจัดจำนวนคนเข้าร้านที่ละน้อย กรุณายืนต่อแถว..
โอวหนาวจะตายย แถวก๊ยาว แต่เอาวะ ตั้งใจจะมาซื้อนิ ต่อก๊ได้
หลังยืนต่อประมาณ 10 นาที ก๊ได้เข้าข้างในร้าน  เข้าไปในร้านต๊กกะใจ
คนญี่ปุ่นซื้อเป๋าโค๊ซอย่างกะเป๋า ใบละ 199 บาท หยิบลอง หยิบถือ กันพัลวัน
เอาเว้ย เห้นแล้วคิดถึงสมัยเดินท่าน้ำสี่พระยา ได้อารมณ์  ขอแจมไปหยิบลองหยิบถือกะเขาบ้าง
แล้วเราก๊ไปเจอเป๋าใบนึง ถูกใจ เลยหยิบมาลองพาดกะตัว แล้วเดินหากระจกดู
แล้วจู่ๆ ก๊มีพนักงานของร้านคนนึงโผล่พรวด (มันมาจากไหน โอ้ว ต๊กกะใจ)
แบบว่าพนักงานร้านนี้จะคอยสอดส่อง คอยดูนะ ถ้าเห็นใครหยิบมาลองทาบปูปเนียะ
เธอจะเบียดตัวเข้ามาเม้นท์ทันที แบบว่า...  เป็นไงค้า รุ่นนี้สวยนะ รุ่นนี้นะค้า ทำได้ทั้งสะพายท้งพาดไหล่
(พูดไปด้วย พร้อมกับสะพายให้ดู ราวกับว่ากรูนี่ช่างโง่จริงๆ ไม่รู้ว่า พาดไหล่ กะสะพายนี่ทำกันยางงายย)
สีก๊สวย ตอนนี้ลด 20- 30% แล้วคุณโชคดีจริงๆ สีนี้นะ เพิ่งเอามาวางไม่ถึงนาทีเลย ใบสุดท้ายคะ ใบสุดท้าย..
ถ้าเราไม่เอามันก๊จะ ปล่อยวางเราไปก่อนไม่ตื้อ แต่ถ้าเรายังไม่ออกจากร้านนะ
มันก๊จะสอดส่อง คอยตามดู มึงหยิบใบใหม่มาลองเมื่อไหร่ มันก๊จะโผล่พรวดมาเหมือนกระเป๋ารถเมล์ตามเก็บเงิน
แล้วมันก๊จะโม้นี่ โน่น พร้อมกับควักเครื่องคิดเลข กดๆๆๆ แล้วก๊บอกว่า เนียะ คะคุณ คุ้มคะ (กูไม่เห็นเลข)
พูดเองเออเอง ได้เก่งจริงๆ พนักงานร้านนี้ ..
ชั้น ลังเล ระหว่างกระเป๋าสะพายข้างตัว ใบใหญ่ แต่มันยาวนิดนึง
กะแบบเดียวกันแต่ใบเล็ก แต่สายสะพายมันไม่ใช่สายหนัง
ใบใหญ่ มันปรับความยาวได้สั้นสุดก๊ยังยาวสำหรับชั้น  (เตี้ยอะ)
ส่วนใบเล็กสวย แต่คงใส่ของของชั้นไม่พอ แล้วมันก๊ดันเป็นสายผ้า
กลุ้มใจ คิดไม่ตก แต่เดินดูทั้งร้านแล้ว ชอบ 2ใบนี้ที่สุด
ระหว่างกำลังคิด เลือกเอาใบใดใบหนึ่ง ยัยพนักงานก๊หวังดีอีกแล้ว
ควักเครื่องคิดเลข แล้วจิ้มๆๆ แบบ เร็วมาก ไม่รู้ว่ามันใช้สูตรไหนคำนวน แล้ว
มันสรุปให้ชั้นเบ็ดเสร็จแถมยัดเยียดนำยาทำความสะอาดกระเป๋า สูตรลับเฉพาะของโค๊ชให้ด้วย
(แม่เจ้าโว้ย ขายของเก่งชมัด ต้องเชิญอบรมให้แบบอย่างให้สาวมิสทีนซะแล้ว)
พอหล่อนคำนวนเสร็จก๊ทำหน้าแบบ พอใจสุดๆ (กรูไม่เห็นเลข !)
แล้วก๊สรุปรวบหัวรวบหาง เนียะคะคุณ สองใบเลยคะ ซื้อสองใบเลย ราคาแค่นี้เอง
จากแปดหมื่นเยน เหลือแค่ หกหมื่นกว่าๆ เองนะคร้า... โอ้ยคุ้มคะ คู้ม อีกแล้ว
ไปซื้อข้างนอกนะ ไม่ได้นะคะ ราคานี้ ที่Outlet ของเราเท่านั้นนะคะ ที่จะให้คุณในราคานี้
แล้วดูซิค้า ด้านนอก คนต่อแถวรอเข้ามาซื้ออีกตรึมเลย (จริง แถวยังยาวเหมือนเดิม)
โอว.. มืดแปดด้าน โดนมันสร้างกำแพงล้อมกรอบ
ช่วงนี้ไกล้คริสมาสด้วย คนเลยมาซื้อไปเป็นของขวัญกัน
เห็นหนุ่มๆ มากัน 3 - 4 คนพากันถือถุงโค๊ช ใบเล็กๆ ออกจากร้านไป
เดาว่าคงจะซื้อเป๋าตังค์ให้คนรักแน่ๆ ..เห้นแล้วก๊แสลงใจ อดีตเรา ไม่เคยแม้แต่จะพาเข้ามาเหยียบร้านนี้เลย
ขนาดเขาไปเที่ยวต่างจังหวัด กลับมาเอาของมาฝากชั้น แค่ ชุด amenities ที่แถมในห้องน้ำในโรงแรม
เหอะๆๆ สะท้อนใจ รักผู้ชายแบบนั้นได้ยังไง ตั้ง 3 - 4 ปี
ตื่นจากภวังค์ แล้วโดนยอดพนักงานร่ายมนต์สะกดให้ซื้อต่อ
ชั้นว่า เวทย์มนต์มันมีจริง วูบนึงชั้นรู้สึกว่า ก๊ได้วะ 2 ใบ ซื้อไปเลย จิ๊บๆ เด็กๆ
เงินหาใหม่ได้เสมอ ของขวัญเรา ไม่ได้ซื้อทุกเดือนนิ
แล้วจู่ ก๊เหมือน มีเสียงสวรรค์ บอกว่า เด่วก๊กลับไทยแล้ว เอาเงินไปช๊อปทีไทยดีกว่า
เอาไปทำไม 2 ใบ กระเป๋า ใช้ไปซักพักก๊เบื่อ เด่วก๊อยากได้ไหม่อีก
ว่าแล้วก๊ตื่น.. ตกลงเอาใบใหญ่ สายยาวเด่วไปเจาะรูเพิ่มเอา แล้วใจแข็งๆ บอกยอดพนักงานว่า
ไม่เอาละ ใบนี้ เอาใบเดียว .. แจ็แกชงัก (สงกะใจ ตกใจที่มนต์ตัวเองเสื่อม) แล้วก๊ยิ้ม
ได้คะ แต่แจ็แกยังไม่ยอมแพ้ ว่าแล้วเอาเป๋าใบที่เราไม่เอาไปเก็บ แล้วแจ็แก ก๊เดินไปหยิบ
นำยาทำความสะอาดกระเป๋าของโค๊ช มา แล้วก๊ร่ายมนต์ต่อ .. ขี้เกียจฟัง
ชั้นบอกหล่อน "เอา" เธอสะดุด "เอ๊ะ" ไม่ต้องพูดแล้ว ชั้นเอาไอ้น้ำยานี่ด้วย รวมไปเลย จ่ายเงิน
แจ็แก งง งง แต่ขายได้ เธอก๊ยิ้ม แล้วหล่อนยังไม่ยอมหยุด วิ่งไปหยิบพวงกุญแจ มาสาธยายต่อ
อันนี้นะคะ เพิ่งลดเมื่อเช้านี้เลยนะ เป็นพวกกุญแจ ลายหมีโคอะล่า มีญี่ห้อโค๊ชติดอยู่ โอ๊ยพวกดิชั้นนะคะ
เมื่อเช้าแย่งกันจะตาย ตอนนี้เหลือไม่กี่อันเองค้า.. (โอวเยี่ยม แนะนำให้ชั้นซื้อของเหลือใช่มะ)
ยอดพนักงานขายเจงๆ แต่คราวนี้ ชั้นไม่หลงคารม เพราะ โคอะล่ามันน่าเกลียดชมัด
ซื้อ โคอะล่าน่าเกลียดราคา 3 - 4 พันเยน ชั้นยอมเอาเงินไปเสี่ยงหยอดตู้ UFO จับหมี Relakkuma ดีกว่า
ว่าแล้ว ชั้นก๊เลย บอกหล่อน "ไม่เอา" เธอสะดุดอีก "อะคะ" แล้วก๊ตรงไปทำเรื่องจ่ายเงินให้ชั้นเลย
กว่าจะยอมถอนกำแพงออกไปจากชั้นได้เนียะ นับถือเธอจริงๆ
ไม่รู้พนักงานขายร้าน โค๊ช เป็นแบบนี้ทุกคนรึเปล่า โอ๊ว คราวหน้าใครจะมาร้านนี้
แนะนำให้ ไปไหว้พระ พรมนำมนต์ กันเวทย์มนต์ดำเป่าหูไว้ก่อนด้วยนะ
พอจะไปจ่ายตังค์ ก๊ต๊กกะใจ .. คนต่อแถวจ่ายตังค์ยาวเหยียด.. ยาวเหมือนตอนจะเข้าร้านเลย
(เห็นมะ บอกแล้ว โดนมนต์ดำของพนักงานขายกันหมดเลย)
ราคาก๊หลักหลายหมื่น เยนทั้งนั้น .. ไม่น่าเชื่อเลย ไหนบอกเศรษฐกิจไม่ดี คนตกงานเป็นหมื่นๆ คน
ไม่จริงเลย outlet นี่ คนตรึมเลย หิ้วถุงกัน เต็มไม๊เต็มมือ เงินสะพัดจะตาย
ได้ของที่อยากได้ พอใจแล้ว เงินหมดแล้วด้วย กลับดีกว่า
หุๆๆ  

จะกลับเมืองไทย สิ้นเดือนนี้ แต่สถานการณ์แบบนี้ จะได้กลับม๊ายเนียะ กังวลเจงๆ

ปีนี้ เป็นปีมรสุมของช้านแน่ๆ เลย จะทำอะไรกีมีแต่อปุสรรค มีแต่การสูญเสีย

เรืองดีๆ เกิดขึ้นน้อย ขณะที่เรื่องร้ายๆ มันสาหัสยกกำลังเลย

 

เมื่อวานไปตรวจสุขภาพ ไปเจาะเลือด เขาบอกว่าชั้นผอมเกินไป

พยาบาล ที่ทำหน้าที่เจาะเลือดให้ เป็นคุณป้า เราก๊หลงดีใจเห็นเป็นป้า

คงจะประสปปะการณ์ช่ำชอง ต้องไม่เจ็บแน่ แต่ขอบอก

เจาะครั้งใดไหนเล่า ไมเคยเจ็บเท่าครั้งนี้มาก่อน.. SOS

เย็นกลับบ้านได้ถลกแขนเสื้อดู (ช่วงนี้หน้าหนาว เลยใส่แต่แขนยาวตลอด)

ต้องต๊กกะใจ เส้นเลือดตรงเหนือตำแหน่งที่โดนจิ้ม มันปูดบวมอะ (อึ๋ยส์สส.. พูดถึงก๊สยองขึ้นมาอีก)

วันนี้ก๊ยังปวดข้อพับแขนอยู่เลย นี่ชั้นเจาะเลือดหรือโดนฉีดวัคซีนเข้าร่างกายเนียะ..

ทรมารจัง สงกะสัย บริเวรที่ถูกเจาะนั้น คงจะกลายเป็นสีม่วงดำ คล้ำในเร็ววัน ฮือๆๆเจ็บอะ

 

ที่ญี่ปุ่น เริ่มหนาวแล้ว แต่ปีนี้ รุ้สึกว่าหนาวน้อยกว่าปีที่แล้ว (หรือเพราะชั้นเริ่มชิน..)

จนทุกวันนี้ ชั้นยังไม่ได้เปิดฮีทเตอร์ที่ห้องเลย บางวันก๊เปิดหน้าต่างห้องด้วยซ้ำ

หรือร่างกายชั้นหมดความรู้สึกไปแล้ว... ไม่ ม่าย ไม่แน่นอน

ต้นไม้ใบไม้ที่เปลียนเป็นสีแดงกันสวยงามเมื่อเดือนก่อน

ตอนนี้ โกร๋น..โล้น.. เหี้ยน ..เตียน ซะ หมดสีสันไปเสียแล้ว

อยู่มาตั้งหลายปี เพิ่งรู้สึกถึงความแปลก แตกต่างของฤดูก๊คราวนี้

ชั้นน่าจะถ่ายรูป Before - After ไว้น้า.. แหม คิดช้าอีกละเรา ..

ปีหน้าจะได้อยู่ดู 紅葉(Kouyo) อีกไหมน็อ.....

 

 

กลับมาแล้ว กลับไปแล้ว

posted on 02 Nov 2008 18:27 by puntipu  in Travel

กลับมาแล้ว กลับไปแล้ว  จะมีใครกลับมาอีกไม๊?

กลับมาเหงาคนเดียวอีกแล้วสิเรา...

ตลอดเวลาที่อยู่กะครอบครัวมีความสุข สนุกมากเลย

เราเช่ารถ ขับไปกิฟุ ไปทาคายามะ ไป มิเอะ ไปนางาชิมา Outlet

นั่งซินกันเซนไปโตเกียว ไปตะลุยอาซาคุซะ ไปชินจูกุ

ไปดิสนียรีสอรต์ สองคืนสามวัน

กลับมาไปปราสาทนาโงย่า ไปซากาเอะ ไปโอซุ ไปนาโกย่าโค

งานนี้ เป็นโปรแกรมโหด มัน ฮา

เห็นคนที่บ้านบอกว่า กลับไปแล้ว ต้องไปเปลี่ยนอะไหล่ขา

เดี้ยง ....(ฮ่าๆๆๆ)

เช่ารถขับไป ทาคายามะ ก๊หลง.. ไอ้คานาบิ( Car Navigator) เนียะ อย่าได้ไปเชื่อมันมาก

พาอ้อม พาวน พาหลง ให้เสียค่าทางด่วนเป็นว่าเล่น

ไอ้เราก๊หัวใจจะวาย หลงทาง เครียด หันหลังไปมอง

ครอบครัวช้านนน ... หลับเป็นตาย ไม่ได้รู้เรื่องหรือช่วยลุ้นกะชั้นเลยยย

มันน่าปล่อยให้หลงทางซะให้เข็ด

 

หนึ่งอาทิตย์ กะ หก ชีวิต ในห้องนอน วันรูม หนึ่งห้องนอน

ก่อนมา.. ชั้นก๊จัดที่นอน วางแผนไว้หมดว่าใครนอนไหน จะได้มีที่นอนเพียงพอ

แต่เอาเข้าจริง เละ!!

มันนอนกันระเกะระกะ แล้วยังมีกระเป๋าเดินทาง ห้าชีวิต

แต่ทำไม กระเป๋ามีตั้ง เก้าใบ?!

เปงลมมมม

เจอที่วางกระเป๋าก๊หมดที่นอนแล้ว

ห้องนอนระเบิดไปแล้ว แบบว่า ไม่มีที่เดิน นอนก่ายกันนัวเนีย

เละเทะ แต่มีความสุข หุๆๆๆ (^v^)

แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อนะ

ไปละ

 

 

 

 

จะมาแล้ว..จะมากันแล้ว

posted on 03 Oct 2008 15:13 by puntipu

ทำอย่างไรดี...

พรุ่งนี้แม่ และพี่น้องจะมาแล้ว..

ยังไม่ได้เก็บห้องเลย...

โอยตื่นเต้ลลล์...

ไม่ได้กินอาหารฝีมือแม่มา 2ปีกว่าแล้ว

คิดถึ๊ง..คิดถึง!

เก็บห้อง ซักผ้า จัดที่นอน ดูดฝุ่น ..

ทำไรก่อนดี

อยากกรี๊ดดดด................

 

อากาศหนาวขึ้นมาอย่างกระทันหัน เมื่อวันเสาร์ที่ไปงานเทศกาล แมวนั่นแหละ ตัวดีเลย ทำชั้นเป็นหวัดแน่แท้ อากาศ ตอนนี้ไม่ถึง 20 องศาแล้วอะ เป็นไปได้อย่างไร 2 - 3 วันก่อนยัง 26 - 27 อยู่เลย โอยหนาววว

วันนี้วันจันทร์ฝนก๊ตก อุณหภูมิอยู่ที่ 16 - 18 องศา ก๊สบายดีแต่สำหรับคนอื่นๆ แต่คนป่วยอย่างชั้นกำลังแย่ ป่วยจิตใจก๊ปางตายอยู่แล้ว ตอนนี้ หวัดกิน เจ็บคอ วันนี้รู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังมีใข้ อ่อนๆ แต่เจ็บคอมาก.. วันนี้มีคนไทยมาบริษัทถูกเกณฑ์ไปเป็นล่ามด้วยอะ ตายแน่ๆๆ เจ็บคอแบบนี้ รู้ตัวเลยว่า แย่แล้ว  ป่วยทั้งใจ ป่วยทั้งกาย งานนี้ พระเจ้าจะเอาให้ชั้นตายเลยหรือนี่ เจ็บแบบนี้ รู้ตัวเลยว่าหนักแน่ กินไม่ได้แน่เลยอะ งานนี้ ผอมอีกแน่เลย ไม่มีใครหาหยูกหายามาให้เหมือนแต่ก่อนแล้วด้วย กำลังใจหายไปไม่เหลือเลย .. ต้องสู้ด้วยตัวเองแล้ว งานนี้ได้ผอมเป็นนางแบบ ซีโครงสมใจแน่เลย..

อยากกลับบ้านจัง ไม่อยากทำงานแล้ว วันนี้จะกลับไปรื้อเสื้อผ้าหน้าหนาว และผ้าห่มหน้าหนาวออกมาให้หมด มรสุมชีวิต เล่นงานทั้งจิตใจ และร่างกายด้วย ดวงชั้นคงตกน่าดูเลยช่วงนี้  ต้องไปสะเดาะห์เคราะห์แล้ว... จะหายก่อนแม่มาไม๊เนียะ

อากาศที่เย็นลง ประกอบกับ ใบไม้ที่เริ่มร่วง ยิ่งทำให้หัวใจว้าเหว่หนักกว่าเดิม  อยากกลับมาแข็งแรงเร็วๆจัง  อยากเปลียนใจตัวเองให้ตัดเขา ให้ขาดเสียที กลับมายืนที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง คราวนี้ต้องหาทางเดินที่ดีกว่าเดิม ..